ข่าวสารและกิจกรรม
*** กกท. ร่วมเปิดโครงการ “Thai Domestic Power 2026” ยกระดับนักกอล์ฟไทย สู่เส้นทางอาชีพและเวทีโลก ***
นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายส่งเสริมกีฬา เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Thai Domestic Power 2026 โดยมี นายวัลลภ ขนาดนิด อุปนายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย, นายอานันต์ เผือกพิบูลย์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี และคณะผู้บริหาร กกท. ร่วมงาน ณ ห้องสุพรรณิการ์ สนามรอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับโครงการดังกล่าว นั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี และสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ กกท. โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการพัฒนานักกอล์ฟไทยอย่างเป็นระบบ พร้อมขยายโอกาสให้เยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศได้เข้าถึงการฝึกซ้อม การแข่งขัน และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการเติบโตในเส้นทางอาชีพอย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้ โครงการ Thai Domestic Power 2026 ตั้งเป้าหมายในการรักษาและต่อยอดศักยภาพของนักกอล์ฟหญิงไทย ควบคู่กับการขยายฐานนักกีฬารุ่นใหม่ทั้งชายและหญิง เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ระดับอาชีพอย่างมั่นคง ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาว “Journey to Thai LPGA Los Angeles 2028” ซึ่งแบ่งเส้นทางการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ (3 STAGE) ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองศักยภาพ การฝึกซ้อม ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการพัฒนานักกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านทักษะกีฬา สุขภาพกาย สุขภาพจิต การวางแผน การควบคุมอารมณ์ การสื่อสาร และ Soft Skills เพื่อสร้างเครือข่ายนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งนำวิทยาการจากเมนเทอร์ (Mentor) และโค้ชมืออาชีพระดับสากลมาช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาและสร้างรากฐานที่มั่นคงในการผลักดันนักกีฬาไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืนต่อไป
โฆษก กกท. / 25 สิงหาคม 2569
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฝึกซ้อมกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า (Dressage) อย่างต่อเนื่อง ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเตรียมความพร้อมของพระองค์ และม้าทรงเลี้ยงในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับการฝึกซ้อมในครั้งนี้ ทรงเน้นการสร้างความสมดุลและความแม่นยำในการบังคับม้าทรงเลี้ยงตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ภายใต้แผนการฝึกซ้อมของผู้ฝึกสอนอย่างเข้มข้นในช่วง 1 เดือนก่อนการแข่งขัน ประกอบกับทรงมีสมรรถภาพพระวรกาย และพระหทัยที่แข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งมาจากพระวิริยอุตสาหะ และความมุ่งมั่นของพระองค์ นับเป็นพระกรุณาธิคุณและสร้างขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่ พร้อมทรงเป็นต้นแบบแก่นักกีฬาทีมชาติไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติต่อไป
ทั้งนี้ สามารถติดตามพระปรีชาสามารถด้านกีฬาขี่ม้าของพระองค์หญิง ในช่องทางการสื่อสารของหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ได้ทุก ๆ ช่องทาง www.facebook.com/share/1GesqV2ktV/
**กกท. จัดประชุมติดตามการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงและอุปกรณ์ฝึกซ้อม เตรียมความพร้อมนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20**
นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ รวมถึงค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม สำหรับการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี นายยุธยา จีนหีต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ, นายสุวัตร หลวงตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา และผู้แทนสมาคมกีฬาที่มีนักกีฬาเก็บตัวฝึกซ้อม เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ที่ประชุมได้ติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ รวมถึงค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม โดยกำชับให้สมาคมกีฬาดำเนินการจัดส่งเอกสารการเบิกจ่ายให้ครบถ้วนตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามแผนงาน โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้สมาคมกีฬาจัดส่งเอกสารมายัง กกท. ภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 ขณะที่ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ประจำเดือนกันยายน 2569 ให้จัดส่งเอกสารภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อให้สามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
สำหรับการเตรียมความพร้อมนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 กกท. ร่วมกับ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาที่มีการแข่งขัน จำนวน 46 สมาคมกีฬา วางแผนเตรียมนักกีฬาเป็นระยะเวลา 6 เดือน รวม 200 วัน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 16 กันยายน 2569 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จำนวน 271,140,670 บาท แบ่งเป็นงบค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ จำนวน 226,860,691 บาท และงบค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม จำนวน 44,279,979 บาท
โดยผลการเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ดำเนินการถึงเดือนมิถุนายน 2569 โดยมี 12 สมาคมกีฬาที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เนื่องจากเอกสารประกอบการเบิกจ่ายยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาได้ยืนยันว่าได้สำรองจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ครบถ้วนถึงเดือนปัจจุบันแล้ว ส่วนการเบิกจ่ายค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม ภายหลังจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอนุมัติงบประมาณให้ กกท. ดำเนินการ สมาคมกีฬาได้เสนอให้สมาคมกีฬาเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเหมาะสมกับการใช้งานของนักกีฬา โดยได้รับบันทึกข้อตกลงจากกองทุนฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ปัจจุบันมีสมาคมกีฬาดำเนินการเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 10 สมาคมกีฬา อยู่ระหว่างส่งเอกสารมายัง กกท. เพื่อดำเนินการเบิกจ่าย จำนวน 21 สมาคมกีฬา และยังไม่ได้ส่งเอกสารมายัง กกท. จำนวน 7 สมาคมกีฬา
ทั้งนี้ กกท. จะติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของสมาคมกีฬาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อการเตรียมความพร้อมนักกีฬาไทย สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น
โฆษก กกท. / 25 ส.ค. 2569
“กกท. จัดสัมมนาพนักงานและเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายกีฬามวยทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกีฬามวย”
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาพนักงานและเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายกีฬามวยทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกีฬามวย พ.ศ. 2569–2573 โดยมี นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย, ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. ภาค 1 - 5, ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. จังหวัด 76 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ กกท. เข้าร่วม ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ดร.ก้องศักด กล่าวว่า กีฬามวยถือเป็นกีฬาที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย ทั้งในด้านการกีฬา เศรษฐกิจ สังคม และการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะมวยไทยซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและได้รับความสนใจจากหลายประเทศ ดังนั้น การส่งเสริมและพัฒนากีฬามวยจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายกีฬามวย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแล และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้แก่วงการกีฬามวยของประเทศ สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. 5 ภาค ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. จังหวัด 76 จังหวัด พนักงานและเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายกีฬามวยจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง โดยมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านกีฬามวย การกำกับติดตามและควบคุมกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานด้านกีฬามวยให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการดำเนินงาน เป้าหมาย และตัวชี้วัดที่มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกีฬามวย พ.ศ. 2569–2573
ทั้งนี้ กกท. มุ่งหวังให้การสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและการส่งเสริมกีฬามวยของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง เป็นระบบ และเกิดความยั่งยืนต่อไป
โฆษก กกท. / 25 ส.ค. 2569
ข่าวกีฬา
ข่าวประกาศ
การกีฬาแห่งประเทศไทย
บริการของเรา
สนามกีฬาและศูนย์ฝึกกีฬาสำหรับการฝึกซ้อม หัวใจความสำเร็จของการแข่งขัน
บุคลากรการกีฬา
ข้อมูลบุคลากรทางการกีฬา









